ไทยGBP Peak Team

รัศมีสแกน Google Maps: 0.7 กับ 7 กม. คนละเรื่อง

รัศมีสแกน Google Maps 0.7 กับ 7 กม. ต่างกันสิบเท่าในระยะ ก่อนเทียบอันดับสองรอบ ลองเช็กหน่วย จุดกลาง และกริดให้ตรงกัน พร้อมตัวอย่างอ่านผลโดยไม่ด่วนสรุป

กระดาษระบุ 0.7 km ไม่เท่ากับ 7 km ข้างแผนที่จำลอง เตือนให้ตรวจทศนิยมก่อนสแกน

จุดทศนิยมเล็กนิดเดียว แต่ทำให้เราวัดคนละพื้นที่ได้

ถ้าตั้งรัศมีสแกน Google Maps เป็น 0.7 กม. แทน 7 กม. ระยะที่เลือกจะสั้นลงสิบเท่า ผลรอบนั้นจึงยังตอบไม่ได้ว่าร้านถูกค้นเจอในระยะที่ตั้งใจไว้หรือเปล่า ต่อให้แผนที่ดูดีแค่ไหนก็ตาม

ก่อนนำผลสองรอบมาเทียบกัน ลองกลับไปดูตัวเลขข้างช่องระยะก่อน บางครั้งสิ่งที่เปลี่ยนคือการตั้งค่า ไม่ใช่อันดับร้าน

0.7 กม. คือ 700 เมตร

ส่วน 7 กม. คือ 7,000 เมตร ต่างกันสิบเท่าในระยะ แต่ไม่ได้แปลว่าร้านจะถูกเห็นมากขึ้นสิบเท่า หรืออันดับจะเปลี่ยนตามสัดส่วนเดียวกัน

ลองสมมติว่าร้านซ่อมแอร์รับงานถึงบ้านในระยะประมาณ 7 กม. เจ้าของอยากรู้ว่าคนในพื้นที่รับงานค้นเจอร้านตรงไหนบ้าง แต่เผลอเลือกระยะ 0.7 กม. ผลที่ได้จึงมาจากจุดค้นหาใกล้ร้านกว่าที่ตั้งใจ

ถ้าเห็นร้านติดอันดับดีในรอบนี้ เราบอกได้เฉพาะสิ่งที่พบจากจุดที่วัด ยังขยายข้อสรุปไปถึงลูกค้าที่อยู่ไกลออกไปไม่ได้

มี 25 จุดเท่ากัน ก็อาจวัดคนละที่

กริด 5×5 มี 25 จุด แต่จำนวนจุดไม่ได้บอกว่าจุดเหล่านั้นอยู่ตรงไหน ต้องดูตำแหน่งบนแผนที่และนิยามระยะของเครื่องมือประกอบด้วย

เครื่องมืออาจให้ตั้งรัศมี ระยะระหว่างจุด หรือความกว้างของกริด อย่านำเลขจากช่องหนึ่งไปเทียบกับอีกช่องโดยอัตโนมัติ ถ้าไม่แน่ใจ ให้เปิดคำอธิบายของเครื่องมือนั้นแล้วดูตำแหน่งจุดจริงก่อน

ในตัวอย่างสมมติเดิม ต่อให้สองรอบใช้ 25 จุดเท่ากัน ถ้าระยะเปลี่ยน จุดค้นหาก็อาจเปลี่ยนตาม ผลเฉลี่ยสองชุดจึงไม่ได้วัดคำถามเดียวกันทั้งหมด

เปลี่ยนพื้นที่วัด ก็ยังสรุปว่าอันดับตกไม่ได้

สมมติว่ารอบแรกวัดใกล้ร้าน รอบสองขยายไปถึงย่านที่ไกลขึ้น แล้วอันดับเฉลี่ยรอบสองแย่กว่า อย่าเพิ่งสรุปว่า SEO ตก เพราะเรานำจุดค้นหาคนละชุดมารวมเป็นค่าเฉลี่ย

Google อธิบายว่าระยะทางเป็นปัจจัยหนึ่งของผลค้นหาในพื้นที่ จึงควรแยกให้ออกว่าเรากำลังดูการเปลี่ยนแปลงตามเวลา หรือกำลังสำรวจพื้นที่ใหม่

ถ้าต้องการดูว่าร้านเปลี่ยนไปอย่างไร ให้เทียบจุดเดิมภายใต้เงื่อนไขที่ใกล้เคียงกันก่อน ถ้าต้องการสำรวจระยะใหม่ ก็เก็บเป็นชุดวัดอีกชุด แล้วอ่านว่าเป็นข้อมูลของพื้นที่นั้น การตั้งระยะสแกนเองไม่ได้ทำให้ Google เพิ่มอันดับให้ร้าน

ก่อนอ่านอันดับ ให้เทียบการตั้งค่าก่อน

เปิดรายงานทั้งสองรอบ แล้วจดข้อมูลนี้ไว้ด้วยกัน จะช่วยหาความต่างได้เร็วกว่าการจำสีบนแผนที่:

  • ร้านและสาขา: เป็นโปรไฟล์เดียวกันแน่ไหม มี Maps link หรือรหัสธุรกิจตรงกันหรือไม่
  • คำค้นและภาษา: ใช้คำเดียวกันและภาษาเดียวกันหรือเปล่า
  • จุดกลางและจุดค้นหา: พิกัดเดิมไหม จุดที่นำมาเฉลี่ยยังเป็นชุดเดิมหรือไม่
  • ระยะและหน่วย: 0.7 หรือ 7 เป็นกิโลเมตรหรือไมล์ และช่องนี้หมายถึงระยะอะไร
  • รูปแบบกริด: จำนวนแถว คอลัมน์ และตำแหน่งจุดเหมือนกันไหม
  • วันเวลาและเครื่องมือ: วัดเมื่อไหร่ ใช้วิธีและผู้ให้บริการเดียวกันหรือไม่

ถ้าพบว่าตั้งหน่วยหรือระยะผิด ให้แยกรอบนั้นไว้ ไม่ต้องลบทิ้ง แต่จดให้ชัดว่าผิดตรงไหน จะได้ไม่หยิบกลับมาเทียบผิดอีก แม้ตั้งค่าเหมือนกัน ผลค้นหาก็ยังเปลี่ยนได้ตามเวลา การควบคุมเงื่อนไขช่วยให้อ่านผลได้ดีขึ้น ไม่ได้ทำให้การวัดไม่มีความคลาดเคลื่อน

เลือกระยะจากงานที่รับ ไม่ใช่สีที่อยากเห็น

ไม่มีเลขรัศมีเดียวที่เหมาะกับทุกร้าน ร้านที่ลูกค้าเดินมาใกล้ ๆ กับทีมช่างที่เดินทางข้ามย่าน อาจต้องการคำตอบจากคนละพื้นที่

เริ่มจากคำถามว่า “ผลรอบนี้จะช่วยตัดสินใจเรื่องอะไร” ถ้าจะดูว่าร้านถูกค้นเจอในย่านที่รับงานไหม ก็เลือกพื้นที่นั้นแล้วบันทึกการตั้งค่าไว้ อย่าหดระยะเพียงเพราะอยากให้ผลดูดี และอย่าใช้ผลจากจุดที่สแกนแทนจำนวนคนที่เห็นร้านหรือจำนวนลูกค้าจริง

ถ้ากำลังเลือกเครื่องมือ อ่านต่อในคู่มือโปรแกรมเช็คอันดับ Google Maps สำหรับร้านไทย ส่วนบทความนี้เอาไว้เปิดเช็กก่อนกดสแกนหรือก่อนเทียบรายงาน

อยากลองดูร้านตัวเอง เริ่มที่ GBP Peak ผ่านปุ่มเริ่มใช้ฟรีด้วย Google แล้วตรวจร้าน คำค้น และพื้นที่ก่อนอ่านผล ผลสแกนช่วยบอกสิ่งที่พบจากจุดที่วัด ไม่ได้เพิ่มอันดับให้เอง

ผู้จัดทำ

จัดทำโดย ทีม GBP Peak ตัวอย่างร้านซ่อมแอร์เป็นเรื่องสมมติ ไม่ใช่ผลลัพธ์ของลูกค้า ภาพประกอบสร้างด้วย AI ไม่ใช่แผนที่ผลสแกนจริง เอกสาร Google ตรวจเมื่อ 21 ตุลาคม 2026 หากพบจุดที่ควรแก้ แจ้งชื่อบทความและรายละเอียดผ่านช่องทางติดต่อในหน้าเกี่ยวกับเรา

รับบทความใหม่ทางอีเมล

เช็กลิสต์และเทคนิค Local SEO สำหรับธุรกิจไทย ส่งเมื่อมีใหม่ ยกเลิกได้ทุกเมื่อ